การทำหมันชาย

posted on 05 Dec 2008 22:19 by sukanya26

การทำหมันชาย

         การทำหมันชาย เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบถาวรสำหรับผู้ชาย ซึ่งไม่ต้องการมีบุตรอีก โดยการปิดกั้นท่อนำอสุจิ (vas deferens) ทำให้ตัวอสุจิที่สร้างในลูกอัณฑะ ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในน้ำอสุจิ (seminal ejaculated fluid) ซึ่งหลั่งออกมาได้ การทำหมันชายมีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปจะใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นที่มีประสิทธิภาพร่วมด้วยในช่วง 3 เดือนแรกหรือในการหลั่งน้ำอสุจิ 20 ครั้งแรกหลังการทำหมัน จะช่วยลดอัตราการตั้งครรภ์ให้เหลือร้อยละ0.1 ความล้มเหลวในการทำหมันชาย อาจเกิดได้จากความผิดพลาดในการผ่าตัด การต่อกันใหม่เองของท่อน้ำอสุจิ (recanalization of vas deferens) หรือการมีท่ออสุจิ 2 ชุดแต่กำเนิด (Congenital duptication of vas deferens) ซึ่งพบได้ยากมาก

ข้อดีของการทำหมันชาย

1. เป็นวิธีคุมกำเนิดแบบถาวรที่มีประสิทธิภาพสูง

2. ทำได้ง่าย รวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายไม่สูง

3. เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายชาย ไม่เป็นภาระแก่ฝ่ายหญิง

4. ไม่มีผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ บางครั้งอาจเพิ่มความสุขทางเพศ เพราะปราศจากความกังวลที่จะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น

5. ผู้รับบริการมีความสะดวก เพราะไม่ต้องมาคลินิกวางแผนครอบครัวบ่อย ๆ เพื่อรับยาหรืออุปกรณ์คุมกำเนิด ไม่มีการลืมใช้

ข้อเสียของการทำหมันชาย

1. ต้องอาศัยการผ่าตัดเล็ก ซึ่งจะต้องทำอย่างถูกต้อง โดยบุคลากรที่ได้รับการฝึกฝนมา

2. อาจมีอาการข้างเคียงจากการผ่าตัด

3. ไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันที ต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย ในการหลั่งน้ำอสุจิ 20 ครั้งแรก หรือใน 3 เดือนแรกหลังการทำหมันชาย

4. เป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร การผ่าตัดต่อหมันทำได้ยาก ค่าใช้จ่ายสูงและไม่ประสบผลสำเร็จในทุกราย

5. ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมทั้งเชื้อ HIV ได้

วิธีการผ่าตัดหมันชาย

1. การผูกท่อนำอสุจิ เป็นวิธีที่ใช้มานานและแพร่หลายที่สุด ส่วนมากนิยมใช้ไหมละลายเช่น chromic catgut การตัดบางส่วนของท่อนำอสุจิ อาจจะทำหรือไม่ก็ได้ และมีการศึกษาพบว่าหากตัดส่วนของท่อนำอสุจิออกยาวกว่า 4 ซม. จะทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น แต่ผลเสียคือทำให้การต่อหมันทำได้ยากขึ้น

2. การจี้ไฟฟ้า ทำโดยใช้หัวจี้ไฟฟ้าแบบ needle electrode สอดเข้าไปในปลายท่อนำอสุจิเพื่อทำลายเยื่อบุภายในท่อ

3. การใช้ clips อาจใช้ clips ที่ทำจากเงินหรือแทนทาลัม หนีบปลายท่อนำอสุจิซึ่งวิธีนี้ใช้กันน้อย 4. การเปิดปลายท่ออสุจิ หรือ open – ended vasectomy เป็นการเปิดปลายท่ออสุจิด้านอัณฑะไว้หลังจากตัดท่อ วิธีนี้สามารถลดการเกิด congestive epididymitis หลังผ่าตัดและเพิ่มความสำเร็จหากทำการต่อหมัน อย่างไรก็ตามวิธีนี้มีโอกาสเกิดความล้มเหลวของการทำหมันสูงกว่าการปิดปลายท่ออสุจิทั้งสองด้าน

5. การทำหมันชายแบบเจาะ (no – scalpel vasectomy)วิธีการทำหมันชายแบบเจาะ ได้พัฒนาขึ้นในประเทศจีน และแพร่หลายมาในประเทศไทยโดยอาศัยเครื่องมือเฉพาะ ได้แก่ ring forceps และ dissecting forceps ปลายแหลม วิธีการทำหมันชายแบบนี้ จะใช้เครื่องมือเจาะผิวหนังเข้าไปหาท่อนำอสุจิ รูแผลที่เจาะมีความกว้างเพียง 3 – 5มิลลิเมตร ข้อดีของวิธีนี้คือใช้เวลาสั้น ไม่ต้องเย็บแผล และพบภาวะแทรกซ้อนน้อย โดยเฉพาะการติดเชื้อและการเกิดเลือดคั่ง

ภาวะแทรกซ้อนจากการทำหมันชาย

1. ถุงอัณฑะบวมและปวด แต่มักมีอาการไม่รุนแรง สามารถบรรเทาอาการโดยการประคบความเย็น การพยุงถุงอัณฑะ และให้ยาแก้ปวด

2. เลือดออกและเลือดคั่ง อาจเกิดได้หากเย็บแผลได้ไม่ดีพอ นอกจากนี้หากเลือดออกในชั้นลึกลงไป อาจเกิดเป็นก้อนเลือดในถุงอัณฑะได้ หากเป็นมากต้องรับไว้ในโรงพยาบาล เพื่อผ่าเอาก้อนเลือดออกและผูกเส้นเลือด

3. การติดเชื้อ ส่วนมากเป็นการติดเชื้อเล็กน้อยที่แผลผ่าตัด ส่วนการติดเชื้อรุนแรง พบได้น้อย ซึ่งรักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะ

4. ความล้มเหลวในการทำหมันชาย อาจเกิดจากผู้ทำการผ่าตัดไม่มีความชำนาญทำการผูกและตัดส่วนอื่น ที่ไม่ใช่ท่อนำอสุจิหรือเกิดจากการที่มีท่อนำอสุจิ 2 ท่อในด้านเดียวกัน ซึ่งพบได้ยากมาก โดยทั่วไป หากทำการผ่าตัดได้ถูกต้อง จะไม่สามารถพบตัวอสุจิในน้ำอสุจิ  หลังการหลั่งน้ำอสุจิ  10 – 15 ครั้ง บางรายอาจตรวจพบตัวอสุจิได้นานถึง 1 ปี กรณีที่พบตัวอสุจิที่แข็งแรงอยู่ ควรแนะนำให้ทำหมันชายซ้ำ

5. sperm granuloma เกิดจากการรั่วของตัวอสุจิจากท่อนำอสุจิเข้าไปในเนื้อเยื่อรอบ ๆ ทำให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบกลายเป็นก้อน บางรายอาจมีอาการปวด การรักษาโดยการผ่าตัดก้อนเนื้อออก

6. spontaneous recanalization เกิดจากมีทางเชื่อมต่อระหว่างปลายท่อนำอสุจิที่ถูกตัดออกจากกัน ทำให้ตัวอสุจิสามารถเดินทางจากลูกอัณฑะ ไปยังท่อปัสสาวะได้ ซึ่งภาวะนี้อาจพบได้น้อย

 

edit @ 6 Dec 2008 10:16:14 by baipor

Comment

Comment:

Tweet